โคเอนไซม์ คิวเทนไม่ได้มีไว้บำรุงผิวอย่างเดียวนะ
โคเอนไซม์
คิวเทนว่ามันเป็นมากกว่าแค่สารสำคัญในการบำรุงผิวให้สวยเนียน
เนื่องจากมันยังเป็นประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย โคเอนไซม์ คิวเทน หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ยูบิควิโนน
เรามักรู้จักกันในส่วนผสมของเครื่องสำอางเพื่อถนอมผิวพรรณ
ลดริ้วรอยหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว แต่ในทางการแพทย์แล้ว พบว่า โคคิวเท็น
พลัสเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างมาก
พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกายที่มีชีวิต ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานพื้นฐานของเซลล์โดยเฉพาะในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง
เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ และยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายอีกด้วย
ประโยชน์ของ Q10
โรคหัวใจและหลอดเลือด ใน ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ
คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ
ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ซึ่งโคคิวเท็น พลัสช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล
จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด
ช่วยรักษาโรคหัวใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลวเนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยง
หัวใจไม่เพียงพอ (congestive
heart failure) ทั้งนี้ผู้ป่วย โรคหัวใจ
ดังกล่าวจะมีแน้วโน้มที่จะสัมพันธ์กับการขาด Q10 ดังนั้นเมื่อผู้ป่วย
โรคหัวใจ ได้รับ Q10 จึงทำให้หัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น
อีกทั้งด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับวิตามินอี Q10 จะทำหน้าที่ช่วยยับยั้งอุดตันของเส้นเลือดของคลอเลสเตอรอล
โรคอัลไซเมอร์
การรับโคคิวเท็น พลัสเข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน
Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี
ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของ
Q10 สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมองและโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทานอาหารเสริมคิวเท็น เพื่อที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชะลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรค
อัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
ลดริ้วรอย
ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
โคเอนไซม์ คิวเทน เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) และเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง
ดังนั้นจึงนำ Q10 มาใช้เป็นเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด(Photoaging)กล่าวคือ
ผิวหนังจะมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet)
จากแสงอาทิตย์ มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10
อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% รวมถึงช่วยในการเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
เนื่องจาก โคเอนไซม์ คิวเทน ละลายได้ดีในไขมัน
ดังนั้นโคเอนไซม์ คิวเทนที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี
จะต้องอยู่ในรูปแบบที่ละลายในน้ำมันและน้ำ เช่น รูปแบบที่เรียกว่า ‘อีมัลชัน’ ในแคปซูลนิ่มที่ร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่า
โคเอนไซม์ คิวเทน ที่อยู่ในรูปผงในแคปซูลชนิดแข็งหรือเม็ดแข็ง (tablet) โดยผู้ใช้แต่ละรายอาจต้องศึกษาถึงปริมาณที่ใช้ให้เหมาะสมด้วย อาทิ
ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันโคเลสเตอรอลกลุ่มสแตติน ควรรับประทานได้ครั้งละ 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
หรือผู้ที่มีภาวะการทำงานของสมองผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
หรือผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน รับประทานได้ครั้งละ 100 มิลลิกรัม
วันละ 2 ครั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น